Tag เพื่อนสนิท

posted on 15 May 2008 15:44 by moopra002

เก็บตกมาจากรีซ่าจังครับ=____=

 

หากมีเพื่อนสนิทมากกว่า1คน ให้สาธยายมาห้ายหมดนะคร้า~~ (ถ้าขี้เกียจก็ ไม่เกิน5คนละกัน >.>)

 

1. คุณกับเพื่่อนสนิทของคุณ รู้จักกันได้อย่างไร? ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากันเลย

ย้ายที่เรียนไปแล้วเจอมันเป็นเพื่อนคนแรกเลยครับ=____= 

2. คุณกับเพื่อนสนิทของคุณ ทำไมถึงสนิทกันได้ และทำไมเค้าถึงได้เป็นเพื่อนสนิทของคุณ?

น่าจะเพราะเรียนเทควันโด้ด้วยกัน นิสัยคล้ายๆกัน 

3. คุณกับเพื่อนสนิทของคุณ รู้จักกันมานานแค่ไหน?

3ปีเศษๆ 

4. คุณกับเพื่อนสนิทของคุณ ชอบทำอะไรด้วยกันมากที่สุด?

ซักผ้าครับ........... 

5. คุณกับเพื่อนสนิทของคุณ ชอบไปเที่ยวไหนด้วยกันมากที่สุด เพราะอะไร?

ร้านเกม เพราะมัน... มัน.. ม่ายรู้ดิ= =" 

 6. คุณกับเพื่อนสนิทของคุณ ชอบอะไรเหมือนกัน และแตกต่างกันบ้าง?

มันบ้าพลัง ผมรักสงบ ที่ชอบเหมือนกันคือบ้าเกมส์ =w=

 7. คุณกับเพื่อนสนิทของคุณ จำวันเกิดกันได้หรือไม่ และเคยให้ของขวัญกันรึเปล่า?

ไม่เคยคิดจะจำ=____= 

8. คุณเคยแอบชอบเพื่อนสนิทมั้ย?

 

เพื่อน กรูรักมึงว่ะ- -............. 

 9. คุณคิดว่า... สิ่งที่คุณประทับใจที่สุด ตั้งแต่รู้จักกับเพื่อนสนิทของคุณมา คืออะไร และสิ่งที่ไม่น่าจดจำที่สุด คืออะไร?

 

ประทับใจที่มันช่วยสอนอะไรหลายๆอย่าง ไม่ชอบคือปากมัน- -*

 

10. คุณคิดว่า... ถ้าคุณต้องลาจากเพื่อนสนิททีี่สุดของคุณ คุณจะมีอาการเช่นไร และจะทำอะไรก่อนจากกัน?

ซักผ้าร่วมสาบาน........ 

 11. ระหว่างเพื่อนสนิท กับ แฟน อะไรสำคัญสำหรับคุณมากกว่ากัน?

เพื่อนสนิท(อีกคน) เป็นปฟนฮับ เลือกมะถูก=w= 

 12. คุณเคยเจอเรื่องคอขาดบาดตาย ร่วมกับเพื่อนสนิทหรือไม่? (หากเคย จงเล่ามาให้หมด!!!! )

ไม่มี...... 

 13. คำถามพิเศษ... คุณเคยอาบน้ำกับเพื่อนสนิทคุณหรือไม่!! 

 เคย=_____=

 

ไม่โยนต่อให้ใครละ ใครอยากอาเชิญเน่อT_T

ที่กำลังรณรงค์ลดโลกร้อนกันอยู่ ฟังก่อนเน้อ

ไม่ได้มีเจตนาบอกว่า โลกร้อนไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อโลกของเรา เพียงแต่มีอีกแง่มุมนึงมานำเสนอ

เท่านั้นเอง

 

บอกอีกอย่างหนึ่งว่าบทความนี้เขียนด้วยภูมิปัญญาอันน้อยนิด ถ้ามีอะไรผิดพลาด ช่วยท้วงติง

ด้วยนะครับ

 

หลายคนๆช่วงนี้ดูข่าวแล้วคงจะรู้สึกว่า ทำไมข่าวภัยพิบัติมันเยอะนัก เดี๋ยวพายุ เดี๋ยวแผ่นดินไหว

เดี๋ยวคนตายเป็นหมื่น เป็นแสน ฟังแล้วใจหาย กลัวโลกจะแตกวันแตกพรุ่ง ยอมรับเองว่าผมก็คนนึง

 แต่มันอาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิดก็ได้ ถ้าใจเย็นแล้วลองพิจารณาดีๆ

 

1.เดี๋ยวนี้เกิดภัยพิบัติเกิดเยอะขึ้นจนน่ากลัว

 อืม มันเยอะจริงๆด้วย แต่ เรารู้ได้อย่างไรว่ามันเยอะขึ้น?

 เมื่อ10กว่าปีมานี้ คอมพิวเตอร์ที่เราๆนั่งเล่นกันอยู่ ยังมีเคสถูกทับไว้ด้วยหน้าจออยู่เลย

การแพร่กระจายข่าวสารก็ยากลำบาก สื่ออะไรก็ยังอยู่ในช่วงพัฒนา

เมื่อ20ปีที่แล้ว เราสื่อสารกับครอบครัวที่อยู่ห่างไกลด้วยโทรเลข พูดอะไรก็ต้องประหยัดคำ

โทรศัพท์มือถือก็ไม่มีให้ใช้ สังคมที่อยู่แทบจะเป็นสังคมปิด

ถ้ามีแผ่นดินไหวเกิดที่ญี่ปุ่น กว่าข่าวจะมาถึงเราก็กินเวลาอยู่ การนำเสนอข่าวไม่ได้รวดเร็วทันใจ

เหมือนสมัยนี้

 แล้วนานกว่านั้นล่ะ ยิ่งย้อนไปหลายร้อยปีนี่ไม่ต้องพูดเลย ใครจะเถียงว่าเขาบันทึกเอาไว้

อาจจะบันทึกเอาไว้ แล้วมันจะไปอยู่ที่ใหน นอกจากถูกนำไปเก็บไว้ โอกาสที่คนประเทศAจะรู้เรื่องแผ่นดินไหว

ภายในประเทศBนั้นไม่มีเลย อีกอย่างถ้าไม่ใช่ภัยพิบัติครั้งร้ายแรงการบันทึกก็ยิ่งไม่เกิด

ยืดยาว เอาเป็นว่าเราสรุปแน่ไม่ได้ว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนี้มันมากหรือน้อยกว่าสมัยก่อน

เรื่องอดีตก็ยังเป็นเรื่องอดีตที่เรายังไม่รู้ในหลายๆสิ่งต่อไป 

 

2.ภัยพิบัติเดี๋ยวนี้รุนแรงและน่ากลัวมากขึ้น

 นี่คล้ายกับข้อข้างบนอีกแล้ว ใครยังจำปอมเปอีได้ใหม ถ้าสมัยนั้นมีกระแสโลกร้อนอยู่คนเราคงไม่ต้องเป็นอันกิน

อันนอนกันแล้วละ ตะลุมพุก หลายครั้งหลายคราที่เคยเกิด มันติดที่ว่า สมัยก่อนมันไม่มีกระแสโลกร้อนเท่านั้นเอง

 

3.มีการคาดการณ์อนาคตของโลก(ในทางแย่ๆ)มากขึ้น

เช่น กรุงเทพจะจมอยู่ใต้ทะเล ออกมาเตือนก็ดีเหมือนกัน แต่มากๆไปมันออกจะเป็นการ "ขู่ให้กลัว"

เสียมากกว่า อย่าลืมว่าเราอยู่บนแผ่นเปลือกทวีปซึ่งมันเคลื่อนที่ไปมาอยู่ตลอดเวลา

หลายร้อนปีก่อนกรุงเทพก็จมอยู่ใต้ทะเล มันโปล่ขึ้นมา แล้วมันจะจมอีกก็ช่วยไม่ได้

 

250ล้านปีก่อน

ภาพ : มหาทวีปแพนเจีย 250ล้านปีก่อน

แผ่นเปลือกโลกมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอด เกยกันกลายเป็นภูเขา จมอยู่ใต้ทะเล บลาๆ จนกระทั่งปัจจุบัน

 

ปัจจุบัน

 

 แตกต่างกันเนอะ บางส่วนที่เคยเป็นแผ่นดิน ก็กลายเป็นทะเลไปซะงั้น= =

ดังนั้น ใครที่กลัวซักวันบ้านตัวเองจะจมอยู่ใต้น้ำ สบายใจได้เลย ธรรมชาติจะทำอะไรเราไม่เคยรู้

สมัยก่อนเราไม่มีตึกสูงๆอยู่ แผ่นดินไหวทีล้มตัวลงนอนกลางทุ่งหญ้าก็ยังได้ น้ำท่วมก็อพยพไปอยู่ที่อื่น

บ้านก็สร้างง่ายๆ อะไรก็ง่ายๆ ทุกวันนี้ที่มันดูรุนแรงก็เพราะอะไรต่างๆที่สร้างขึ้นมานี่แหละ

 

4.สมัยนี้โลกร้อนมีการพูดถึงบ่อยขึ้น มีทฤษฎีต่างๆถูกเสนอ

มันดีที่มีการกระตุ้นเตือนกันในวงกว้าง แต่บางทีโลกร้อนก็กลายเป็นเครื่องมือของสื่อ ยิ่งสื่อนำเสนอ

ออกมาเท่าไหร่ เราก็รู้สึกว่ามันน่ากลัวมากเท่านั้น ความจริงโลกร้อนอาจจะเป็นปัญหาที่เล็กกว่าที่เราคิดมาก

ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อสินค้าบางชนิดที่โฆษณาว่าใช้แล้วลดโลกร้อนด้วยซ้ำ 

 

 แค่เราไม่ทำร้ายโลกนี้เพิ่มเติม ช่วยกันรักษาดูแลอย่างที่เราพยายามทำ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

คนร้องไห้ คือคนอ่อนแอ

posted on 09 May 2008 20:33 by moopra002

กอปมาแปะต่อครับ จบแล้ว= =

 

......................................................

 

"คนร้องไห้ คือคนอ่อนแอ"

 นั่นคือสิ่งที่ผมจำไว้ฝังใจตลอด ผมอ่อนแอไม่ได้ ไม่งั้นคนอื่นๆจะดูถูกผม ผมต้องแข็งแกร่งและเข้มแข็งกว่านี้

 ตอนนี้ผมมาเรียนห้องวิทแล้ว ผมต้องปรับตัวในหลายๆอย่าง เพื่อนที่ไม่เหมือนเดิม แต่ละคนเป็นคนเก่ง และมีอี

โก้ของตัวเอง ผมต้องเรียนวิชาของสองเทอมในเทอมเดียว บางครั้งผมอยากจะเรียนม.4ใหม่ด้วยซ้ำ

 ผมอยากทำกิจกรรม ผมไม่อยากเรียนอย่างเดียว คนเรียนอย่างเดียวคือคนอ่อนแอ ผมคิดแบบนั้นจริงๆ

ผมพยายามทำหลายๆอย่าง แข่งคอม ทำค่าย แต่สุดท้ายมันก็ว่างเปล่า แข่งคอมผมก็แพ้ไม่เป็นท่า

ทำค่ายก็ไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ทุกคนเห็นผมน่าสงสารและน่าเห็นใจ ผมไม่อยากเปนคนน่า

สงสาร ผมอยากเป็นคนเก่ง คนดีที่ทุกคนยอมรับ

ผมมีเพื่อนที่ย้ายมาด้วยกัน ไปใหนเราไปด้วยกัน มันขี้เกียจกว่าผมเยอะ มันไม่แคร์อะไร แต่มันเป็นคนดี

ที่ห้องใม่นี้บางคนบอกว่าผมเก่ง เก่ง? ผมพยายามทำให้ดีที่สุด ตอนเที่ยงไปเรียนวิชาเทอม1 วันเสาร์มาเรียน

ชีวะ วันอาทิตย์ไปเรียนพิเศษ ชีวิตผมไม่มีอิสระเหมือนเดิม ผมเลิกเรียน5โมงเย็น ผมพยายามเรียน ทำกิจกรรม

ทำทุกอย่างให้ทุกคนเห็นว่า ผมไม่ใช่เด็กอ่อนแออย่างที่พวกเขาพูด

คนอื่นๆมักจะมีพรสวรรค์ วาดรูปเก่ง เล่นเกมส์เก่ง เรียนเก่ง เล่นบาส เล่นบอล เล่นตะกร้อ ผมไม่มีอะไรเลย

ผมทำได้แค่พยายามเรียนให้ทันคนอื่น และมีชีวิตอยู่ตามอัตภาพ แต่ยังไงผมก็ไม่ลืมเรื่องอั้มอยู่ดี

ชีวิตการเรียนผมทุลักทุเลจนปิดเทอม เกรดเฉลี่ยผมออกมาไม่แย่แต่ก็ไม่ดี ได้2.85

คนอื่นๆขนาดแย่มากๆในห้องยังได้กันมากกว่านี้ ตอนนี้ผมอยากร้องไห้ ผมจะพยายามดิ้นรนไปทำไม

 ในเมื่อสุดท้ายล้วผมก็อ่อนแอ แล้วยังมีวิชาม.4ยังเก็บไม่หมดต้องไปเรียนในม.5อีก

ผมท้อ และไม่รู้จะทำยังไง ผมไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ ผมเลือกที่จะไม่พูดให้ใครฟัง

 

 

แม่ครับ ผมเป็นลูกที่ใช้ไม่ได้เลย แม่กำลังลำบาก ผมทำอะไรให้แม่ภูมิใจไม่ได้

ผมมาเรียนห้องวิทย์แล้ว แต่ผมก็เรียนได้ไม่ดี ผมไม่เก่งอย่างใครเขา แต่ผมจะพยายาม

เพราะผมรู้ว่าแม่คนเดียวที่รักผม ผมจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังแน่ครับ