Fiction-writer

หวัดดีคร้าบทุกคน

คราวนี้จะเขียนบทความเอนจอยให้อ่านกันมั่งดีกว่า

เว็บบอร์ดคืออาไร?

ถ้าถามว่าเว็บบอร์ดคืออะไร มันก็ตอบยากอยู่ เอ จะอธิบายยังไงดีล่ะ คือที่ตั้งและตอบกระทู้ (กำปั้นทุบดิน= =")

แล้วมันดียังไง? ทำไปเพื่ออะไร?

สำหรับบางคนก็แค่ที่ๆเข้าไปตั้งกระทู้ถาม ขอ แล้วก็ถาม แล้วก็ขอ (บางคนขอซะคนให้เหนื่อยใจ= =")

แต่สำหรับผม มันเป็นอะไรที่วิเศษมากเลยล่ะ ได้เห็นผู้คนแบบต่างๆ พูดคุย ทักทาย หรือหยอกล้อกัน ซึ่งไม่ได้

ด้อยไปกว่าเพื่อนในความเป็นจริงเลย เยอะกว่าด้วยซ้ำ ใครบอกว่า อินเตอเนตสามารถตั้งชื่อปลอมตัวเป็นใครก็

ได้ มันก็จริงส่วนหนึ่ง แต่สำหรับบางคน เมื่อเขาใช้เมมหนึ่งมานาน เขาก็จะผูกพันกับชื่อนี้ และไม่อยากทิ้งมันไป

ไปเล่นหลายๆบอร์ดเข้า ก็ยิ่งมีคนรู้จักเยอะ นั่นก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง

หมูป่าเล่นบอร์ดครั้งแรกก็เป็นโดราเอม่อนบอร์ด ซึ่งเล่นตอน8ขวบ

ต่อมาแน่นอนว่าเป็นบอร์ดอาม่า(Amardu)คุณจำได้มั้ย เมมคนหนึ่งที่ใส่อวาต้าหมูสีชมพูคาดหัวด้วยผ้าสีฟ้า^ ^ ก็เริ่มแรกจากความที่อยากเล่นเกมบอยมากๆ (ช่วงนั้นกรอบเป็นหมูกรอบ)ก็เลยค้นหาคำว่าเกมบอย เผื่อจะมีให้เล่นซักหน่อย(ยังไม่รู้จักอีมูและรอม)

ก็เจอเว็บอาม่าที่แรกเลย(เพราะขึ้นด้วยตัวเอ^ ^)

เข้าไป โอ้โห เกมบอยฟรีๆ ดีจังเลยชอบเวปนี้ซะแล้วล่ะ

ก็เห็นมีเว็บบอร์ด และเขียนว่า ใครมีอะไรสงสัยตรงใหน ถามที่เว็บบอร์ดได้เลย

ก็ลองกดเข้าไปซักน้อย

เห็นแวบแรกก็ชอบเว็บนี้มากๆเลยล่ะ ก็ลองเข้าไปตรงแจกเซฟโปเกม่อน (เพราะเล่นห่วย- -") ก็ตั้งทู้ขอไว้

ก็มีคนมาแจก โหย โคดดีใจเลย

ต่อมาสงสัยในตัวเกม ก็เริ่มตั้งกระทู้ถาม ประเภท "หาปิกาจูจากใหนหรือครับ"

มีคนมาตอบแหละ ก็ตั้งถามอีกเรื่อยๆ เลยรู้สึกดีกะเว็บนี้มากๆ เอ

ลองขยับขยายย้ายที่ไปฟอรั่มอื่นดีกว่า

มีใครตั้งกระทู้ไรถามไว้ เราก็ไปช่วยตอบอันที่รู้นะ อันใหนที่คนถามบ่อยๆเช่นวิธีเซฟโปเกม่อน เราก็จำไปช่วยตอบ

จนเริ่มเป็นที่รู้จักนิดหน่อย ก็มีพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นแบบโคว้ท เช่น ตานพปี้ วายจัง มิ้วทู (เรียกท่านอ่ะ คิดแล้วขำ - -" )

เราก็ปักหลักมันซะเลย เพราะช่วงนั้นว่างไม่มีอะไรทำ นั่งเฝ้าบอร์ดอยู่นั่นแหละ

และแล้ว วันหนึ่งมันก็มา สิ่งที่.........(เติมเอง- -")

"กระทู้สงคราม 2005"

ตอนหน้าจะเล่าถึงวีรกรรมของหมูป่าจากกระทู้นี้นะครับ

วันนี้ไปนอนก่อนละน้า บาย


edit @ 2006/07/25 22:00:37

[บทความ] สุนทรภู่ ครูกวี มิได้ดีแค่ชื่อ(ตอน1)


ช้าไปหน่อย เลยวันสุนทรภูมาซะนาน
บทความนี้จะไม่พูดถึงประวัติของสุนทรภู่นะครับ เพราะคงเคยอ่านผ่านๆกันมาแล้ว
แต่จะมาวิเคราะห์ เรื่อง เหตุใด? สุนทรภู่จึงได้รางวัลครูกวีของโลก

คุณเคยเปิดเรื่องพระอภัยมณีในบทเรียนรึเปล่า (หรือคุณเกินวัยเรียนแล้ว)
คุณเห็นกลอนยุบยั่บ ตัวหนังสือภาษาแปลกๆ คำที่ไม่เคยเห็น คุณเลยไม่สนใจ

ลองอ่านซะหน่อยดีใหม? สุนทรภู่นั้น แต่งได้เทียบเท่ากับการ์ตุนญี่ปุ่นในปัจจุบันเลยทีเดียว
เป็นอะไรที่คนไทยสมัยก่อนส่วนมาก ไม่เคยเห็น

พระอภัยมณีมีทั้งหมด69ตอน
ตอนที่1นี้ผมจะยกเรื่องพระอภัยมณี ตอน พระอภัยหนีนางผีเสื้อนะครับ รับรองว่า ทุกคนจะอยากอ่านขึ้นมาทีเดียว

เอาตั้งแต่เริ่มเรื่อง พระอภัยและศรีสุวรรณ สำเร็จวิชาและเดินทางกลับเมือง
พระอภัยเรียนเพลงปี่ ศรีสุวรรณ เรียนเพลงหอก(ไม่แน่ใจนะ- -)
พระราชาทราบเข้า โกรธมาก เนื่องจากเรียนวิชาเยี่ยงคนสามัญ
ใล่ทั้งสองออกจากเมือง
ถึงตรงนี้ สุนทรภู่แต่งให้ตัวเอก(พระอภัย)มิได้มีเวทย์มนต์คาถาวิเศษ พลังช้างสาร
แต่เป็นพระเอกแบบนักคิด ที่ใช้ปัญญามากกว่ากำลัง ซึ่งขัดกับนิยายสมัยนั้นมาก

ทั้งสองร่อนเร่ระหกระเหินออกมาจากเมือง จนมาถึงชายหาดแห่งหนึ่ง
พบกับพราหมณ์สามคน ซึ่งสามคนนั้นมีพลังวิเศษแตกต่างกัน อาธิ ทำฟางให้เป็นเรือสำเภา ควบคุมลม,ฝน
ทั้ง5คนคุยถูกคอกัน พาหมณ์ก็ถามพระอภัยว่า เพราะเหตุใดจึงเลือกวิชาปี่

พระอภัยก็ต้องเป็นแนวๆว่า ปี่นี้มีประโยชน์นัก เป่าให้พวกท่านหลับก็ยังได้
พระอภัยก็เริ่มบรรเลงปี่ แน่นอนว่าทั้ง4คนเคลิ้มหลับ(แต่พระอภัยไม่เอาเมจิกเขียนหน้าแบบพูริน)
นางยักษ์ที่ผ่านมาเห็นพอดี หลงใหล และจับตัวพระอภัยโดยทำให้สลบแล้วอุ้มไป

เข้าเนื้อเรื่อง ของตอนนี้แล้วนะครับ
ตอนนี้กล่าวเกี่ยวโยงกับหลายอย่าง ความรักแบบฝืนทน ความเสียสละ ความรักแม่ลูก และอีกนานา

พระอภัยอยู่กับนางผีเสื้อที่แปลงร่างเป็นสาวงามทั้งที่รู้ว่าเป็นนางผีเสื้อ ก็ต้องจำยอม เพราะกลัว ถึง 8 ปี

" จะกล่าวกลับจับความไปตามเรื่อง ถึงบาทเบื้องปรเมศพระเชษฐา
องค์อภัยมณีศรีโสภา ตกยากอยู่คูหามาช้านาน"

มีลูกชายคนหนึ่งชื่อสินสมุทร
ซึ่งมีกรรมพันธ์ตามหลักวิทยาศาสตร์คือ ครึ่งยักษ์และครึ่งคน

" กับด้วยนางอสุรีนีรมิต เป็นคู่คิดเชยชมสมสมาน
ต้องรักใคร่ไปตามยามกันดาร จนนางมารมีบุตรบุรุษชาย"
" ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช แต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉาย
ทรงกำลังดังพระยาคชาพลาย มีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา"

พระอภัยนั้นใกล้ชิดสินสมุทรมากกว่านางยักษ์ ทรงสอนสินสมุทรทุกอย่าง ทั้งวิชารบ วิชาเรียน
จะเห็นดังคำนี้

" ฝ่ายกุมารสินสมุทรสุดสวาท ไม่ห่างบาทบิดาอัชฌาสัย
ความรักพ่อยิ่งกว่าแม่มาแต่ไร ด้วยมิได้ขู่เข็ญเช่นมารดา"

สินสมุทรนั้นไม่เคยออกนอกถ้ำเลยตั้งแต่เกิด วันหนึ่ง พระอภัยมณีหลับ นางยักษ์ออกไปหาอาหาร
สินสมุทรจึงดันหินปากถ้ำออก เมื่อสัมผัสกับหาดทราย เขาดีใจอย่างลิงโลด กระโดดลงน้ำดำน้ำอย่างสนุกสนาน

"ด้วยหน่อนาถชาติเชื้อผีเสื้อสมุทร ดำไม่ผุดเลยทั้งวันก็กลั้นได้
ยิ่งถูกน้ำกำลังยิ่งเกรียงไกร เที่ยวเลี้ยวไล่ขี่ปลาในสายชล"

ตอน1เอาแค่นี้ก่อนนะครับ
ผมใส่กลอนลงไปเยอะๆเพราะอยากให้เห็นความสนุกของกลอนนะครับ


edit @ 2006/07/13 20:46:16

คุณเคยรู้สึกใหม

ดีใจมากเมื่อได้มีวันหยุดติดต่อกัน4วัน

คุณจะทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ วางแผนจะไปเที่ยวที่ต่างๆ วางแผนทำโน่น ทำนี่

แต่เวลา1วันมี24ชั่วโมงเท่ากันทุกคน หากคุณทำอย่างหนึ่ง คุณก็จะเสียอย่างหนึ่งไป

หากคุณตื่นนอน9โมง คุณจะมีเวลาน้อยกว่าคนที่ตื่น6โมง 3 ถึงชั่วโมง

หากคุณตื่นแล้ว แต่ยังนอนคุดคู้อยู่บนเตียง แต่ขณะที่อีกคนหนึ่ง ตื่นนอนตั้งแต่นาฬิกาปลุก

เวลาในช่วงกลางวันนั้น มีเพียง12ชั่วโมง หากคุณจะปฎิเสธว่า คุณนอนดึก มันก็ใช่

แต่ คุณจะใช้ชีวิตกลางวันได้อย่างสดชื่นงั้นหรือ คงไม่พ้นต้องนอนตื่นสาย ค่าคงไม่ต่างกัน

หากคุณวางแผนการใช้ชีวิตในวันหยุดไว้แล้วล่ะก็

จงทำมันให้เสร็จ

ก่อนกิจกรรมที่ไม่จำกัดเวลาทั้งหลายเช่น เกมส์คอมพิวเตอร์ นอนพักผ่อน คุณอย่าเลื่อน อ๊ะ บ่ายโมงก่อน พอบ่ายสองโมง อ๊ะบ่าย3ก่อน

แล้วเวลาก็จะหมดลงไปในวันหนึ่ง

ชีวิตมนุษย์นั้น ถ้าเอาตามอายุเฉลี่ย 60ปี จะมีเวลาใช้ชีวิตอยู่เพียง สองหมื่นวัน

ขณะที่คุณหายใจอยู่นี้ เวลาสองหมื่นวันของคุณก็ค่อยๆหมดไป ทุกที ทุกที

ดังนั้น อย่าใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวันวันหนึ่ง คุณควรคิดถึงอนาคตเสียบ้าง อย่างน้อยแค่พรุ่งนี้ก็ยังดี

ช่วงเวลาที่เรามีสุข เช่นตอนนี้ จะอยู่กับเราไปอีกซักเท่าไร เมื่อนาฬิกาเดิน ทุกคนก็ต้องแยกไปตามทางเดินของแต่ละคน

เวลาที่เราอยู่โดดเดี่ยวเหมือนต้นไม้อ่อน จะประคองตัวไว้ไม่ให้ล้มได้หรือไม่

ต้นไม้อ่อนจะเติบใหญ่นั้นต้องผ่านอะไรนานา แล้วก็ผลิดอกออกผล เป็นต้นไม้อ่อนต่อไป

แล้วก็เหี่ยวแห้งโรยรา เวลาผ่านไปก็หายไป

ชีวิตต้องมีจุดเปลี่ยนเข้าสักวันหนึ่ง เราจะเป็นเราเช่นวันนี้ตลอดไปไม่ได้ ดังนั้น

จงใช้ชีวิต ให้คุณสามารถพูดให้เต็มปากว่า

"ฉันใช้ชีวิตได้คุ้มค่าที่สุด และพอใจในชีวิตของฉัน"


edit @ 2006/07/11 11:27:23